วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564

ผู้บริหาร สพฐ. ถวายเครื่องราชสักการะ “วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า” ประจำปี 2564

 วันที่ 31 มีนาคม 2564 นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สพฐ. เป็นผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายเครื่องราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า ประจำปี 2564 ณ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ที่ทรงเป็นผู้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา อีกทั้งทรงปกครองบ้านเมืองให้มั่นคงและรุ่งเรือง ทั้งด้านการศึกษา การค้ากับต่างประเทศ และการคมนาคม เป็นยุคทองของการค้าสมัยกรุงรัตนโกสินทร์







วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564

สพฐ. ประชุมพัฒนาชุดฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะการอ่านเชิงวิชาการของผู้เรียนในยุคดิจิทัล (ครั้งที่ 2)

วันที่ 30 มีนาคม 2564 นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมและบรรยายพิเศษ ในการประชุมพัฒนาชุดฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะการอ่านเชิงวิชาการของผู้เรียนในยุคดิจิทัล (ครั้งที่ 2) โดย สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สวก.สพฐ.) ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 2 เมษายน 2564 ณ โรงแรมบางกอกชฎา กรุงเทพมหานคร

ภาพ /ข่าว : ว่าที่ ร.อ.ศศวรรธน์ ขรรค์ทัพไทย




สพฐ. ร่วมต้อนรับ นางสาวตรีนุช เทียนทอง เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง รมว.ศธ.

 วันที่ 29 มีนาคม 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมต้อนรับ นางสาวตรีนุช เทียนทอง เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ณ บริเวณห้องโถงอาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

โดยในช่วงเวลา 8.00 น. นางสาวตรีนุช เทียนทอง (รมว.ศธ.) เดินทางถึงกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง สังกัด กระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ หลังจากนั้นได้เดินทางเข้าสักการะพระพุทธรูปประจํากระทรวง (พระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์ สยามิศรจักรี สัฏฐีอนุสรณ์ศึกษาทรรังสรรค์) ศาลพระภูมิ และพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 ต่อมา รมว.ศธ. เดินทางถึงห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อมอบนโยบายและแนวทางดำเนินงานในการพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพต่อไป




สพฐ. ประชุมเตรียมความพร้อมการใช้จ่ายงบประมาณ สพม.62 แห่ง

29 มีนาคม 2564 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดประชุมแนวทางการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินงบประมาณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 62 แห่ง โดยมี นายไพฑูรย์ จารุสาร ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย นางสาวพัชรกันย์ เมธาอัครเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักการคลังและสินทรัพย์ พร้อมด้วย ผู้อำนวยการกลุ่มของสำนักการคลังและสินทรัพย์ และผู้ปฏิบัติหน้าที่กลุ่มบริการงานการเงินและสินทรัพย์ สพม. เข้าร่วมประชุมรับฟังแนวทางการปฏิบัติงานใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2564 ณ ห้องประชุม โรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์

โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมให้ สพม. 62 เขต ก่อนกรมบัญชีกลางอนุมัติให้เป็นหน่วยเบิกจ่ายกับสำนักงานคลังจังหวัด เพื่อให้การจัดการเกี่ยวกับการเงิน การพัสดุและการบัญชีของ สพม. ทั้ง 62 เขต เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยขอให้ สพม. ดำเนินการดังนี้ 1) การปฏิบัติงานในระบบ GFMIS ได้เมื่อกรมบัญชีกลางกำหนดรหัสโครงสร้างและรหัสผู้ใช้ระบบ GFMIS เรียบร้อยแล้ว 2) จัดทำทะเบียนคุมและเบิกจ่ายงบประมาณที่ขอกันไว้เบิกเหลื่อมปี และ/หรือขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณปี 2563 ให้ดำเนินการเบิกจ่ายตามภาระผูกพันของสัญญา โดยใช้รหัสหน่วยเบิกจ่าย สพม. เดิม จนถึงวันสุดท้ายของเดือนกันยายน 2564 3) การใช้งบประมาณปี 2564 3.1 กรณีเป็นหน่วยเบิกจ่าย สพม.เดิม ให้ดำเนินการ ดังนี้ 3.1.1 งบประมาณที่ยังไม่ดำเนินการ หรืออยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ยังไม่ก่อหนี้ผูกพันในระบบ GFMIS ให้จัดทำรายละเอียดงบประมาณแจ้ง สพฐ.โอนเงินงบประมาณกลับคืนไปตั้งจ่ายที่ สพม.ที่จัดตั้งใหม่ 3.1.2 งบประมาณที่ก่อหนี้ผูกพันและได้บันทึกข้อมูลในระบบ GFMIS แล้ว และคาดว่าเบิกจ่ายไม่ทันตามกำหนดเวลาให้ยกเลิก PO ในระบบ GFMIS และจัดทำรายละเอียดงบประมาณแจ้ง สพฐ. โอนเงินไปตั้งเบิกจ่ายที่ สพม. ที่จัดตั้งใหม่ 3.2 กรณีที่เป็นหน่วยเบิกจ่ายที่ สพม. ที่จัดตั้งใหม่ ให้ดำเนินการดังนี้ 3.2.1 ให้ตรวจสอบรายละเอียดการโอนเงินเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรรงบประมาณปี 2564 แผนงาน ผลผลิต โครงการ กิจกรรม รายการและจำนวนเงินที่ได้รับโอนว่าถูกต้องหรือไม่ 3.2.2 เร่งดำเนินการเบิกจ่าย และ/หรือ ก่อหนี้ผูกพันบึนทึกข้อมูลในระบบ GFMIS ให้เสร็จภายในวันสุดท้ายของปีงบประมาณ 3.2.3 กรณี สพม.ที่ตั้งให่เกิดปัญหาการปฏิบัติงานให้แก้ไขปัญหาจาก สพม.เดิม

ทั้งนี้การดำเนินการใช้จ่ายงบประมาณ สพม.ทุกแห่งขอให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พงส. 2561 และระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ.2562 กอปรหลักเกณฑ์ว้าด้วยการใช้งบประมาณรายจ่ายการโอนเงินจัดสรรหรือการเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร พ.ศ. 2562 พระราชบัยญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ส. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของภาครัฐ พ.ศ. 2561 รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และมาตรฐานของราชการ อย่างเคร่งครัด












วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2564

เลขาธิการ กพฐ. ร่วมประชุมสามัญประจำปี 2564 “มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี” พร้อมขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้มั่นคงและยั่งยืน

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ร่วมประชุมสามัญประจำปี 2564 "มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED)" เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้มั่นคงและยั่งยืน พร้อมเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาส่งเสริมการศึกษาเยาวชนไทย ซึ่งจัดประชุมในรูปแบบออนไลน์ สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ นำโดย องคมนตรี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม อาทิ พลตรี ณัฐพงษ์ เพราแก้ว อนุกรรมการด้านนโยบายและแผน มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมฯ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิฯ ตลอดจนซีอีโอ คณะผู้บริหารจาก 12 องค์กรผู้ร่วมก่อตั้ง เพื่อสานต่อภารกิจ พร้อมหารือและวางแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป


สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไป ได้แก่ การเก็บข้อมูลสมุดพกดิจิทัลในโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีทั่วประเทศ ปรับเกณฑ์การวัด School Grading ให้ท้าทายมากยิ่งขึ้น รวมถึงเปิดระดมทุนเพื่อการศึกษา (CONNEXT ED Crowdfunding) ระยะที่ 2 นอกจากนี้ ยังเดินหน้าสร้างบุคลากรด้านไอซีที เปิดรับสมัครผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (ICT Talent) ภาครัฐ รุ่นที่ 2 อีกทั้งนำโมเดลองค์ความรู้ของแต่ละองค์กรเอกชนและพันธมิตร มาขยายผลและแบ่งปันสู่สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ผลักดันการระดมทุนในโครงการคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษา (Notebook for Education) ตลอดจนมุ่งเน้นการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เยาวชนไทย

ทั้งนี้ ในปี 2563 ที่ผ่านมา มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ได้มีส่วนร่วมในการยกระดับการจัดการศึกษาในโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี จากโรงเรียนในสังกัดสพฐ. ทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 5,567 แห่ง มีนักเรียนที่อยู่ในการดูแลของมูลนิธิฯ กว่า 1 ล้านคน พร้อมขยายความร่วมมือจาก 12 องค์กรเอกชนชั้นนำผู้ร่วมก่อตั้ง กับ 32 เครือข่ายพันธมิตรใหม่ รวมเป็น 44 องค์กร โดยมีผลการดำเนินงานในระยะที่ผ่านมา สอดคล้องตาม 5 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่

1. การเปิดเผยข้อมูลโรงเรียนสู่สาธารณะอย่างโปร่งใส (Transparency) โดยจัดเก็บข้อมูลและประเมินคุณภาพโรงเรียน ผ่านระบบฐานข้อมูลและการบริหารจัดการโรงเรียน (School Management System) ที่ช่วยให้การบริหารจัดการสถานศึกษาทั่วประเทศมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงข้อมูลเพื่อการวัดผลอย่างโปร่งใส ซึ่งภาครัฐเตรียมพร้อมขยายผลสู่ 30,000 โรงเรียนทั่วประเทศ รวมถึงพัฒนาระบบและทดลองจัดเก็บข้อมูลสมุดพกดิจิทัล (Student Report Card) ในโรงเรียนนำร่องคอนเน็กซ์อีดี เพื่อให้นักเรียนรายบุคคลได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างตรงจุด ตามความถนัด

2. กลไกตลาดและวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม (Market Mechanism) ด้วยการเปิดตัวระบบระดมทุนเพื่อการศึกษา (CONNEXT ED Crowdfunding) เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษา โดยตั้งเป้าหมายระดมทุน 4 ล้านบาท (ในระยะที่ 1) ซึ่งมียอดบริจาคแล้วประมาณ 80% พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือกับภาครัฐ โดยได้จัดตั้ง 4 คณะทำงานภาครัฐ-เอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในด้านต่างๆ ประกอบด้วย 1. คณะทำงานโครงการคอนเน็กซ์อีดี ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. คณะกรรมการคัดกรองและติดตามผล Crowdfunding 3. ทีมงานวิจัยภาครัฐเพื่อถอดบทเรียนองค์ความรู้ และ 4. คณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ อีกทั้งได้รับการรับรองจากผลงานวิจัย ทั้งในระดับประเทศ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และระดับเอเชีย จาก Centre for Asia Philanthropy and Society (CAPS) ที่ยกให้ CONNEXT ED เป็นตัวอย่างของประเทศไทยที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน และยังนำเสนอเล่มพิมพ์เขียว “ข้อเสนอ 9 แนวทางการพัฒนาตาม 5 ยุทธศาสตร์มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี” ต่อกระทรวงศึกษาธิการอีกด้วย

3. การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน (High Quality Principals & Teachers) โดยมีโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา 143 โรงเรียน เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี พร้อมสร้าง ICT Talent รวม 700 คน แบ่งเป็น ภาครัฐ 500 คน และภาคเอกชน 200 คน เพื่อส่งเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของครูและนักเรียน ในกว่า 2,000 โรงเรียนทั่วประเทศ

4. เด็กเป็นศูนย์กลาง เสริมสร้างคุณธรรมและความมั่นใจ (Child Centric & Curriculum) โดยถอดบทเรียน พร้อมส่งมอบ 17 โมเดลองค์ความรู้จากภาคเอกชนให้แก่ภาครัฐ เพื่อนำไปขยายผลและพัฒนาโรงเรียนทั่วประเทศ พร้อมทั้งรวบรวมองค์ความรู้จากภาคเอกชนและพันธมิตร (Knowledge Sharing Hub) และสร้างคลังฐานข้อมูลบนเว็บไซต์ connexted.org เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนกว่า 1 ล้านคนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้

5. การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสถานศึกษา (Digital Infrastructures) โดยการต่อยอดโครงการคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษา (Notebook for Education) ที่ได้มอบโน้ตบุ๊ก 5,000 เครื่อง พร้อมหลักสูตรอบรมให้แก่โรงเรียนนำร่อง ใน 17 จังหวัด เข้าสู่การระดมทุนผ่านระบบ Crowdfunding เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์โน้ตบุ๊กให้แก่ครูและนักเรียนในวงกว้างได้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ได้ต่อยอดมาจากโครงการสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี ในปี 2559 โดยการผนึกกำลังของ 3 ภาคส่วนหลัก ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ซึ่ง 12 องค์กรเอกชนชั้นนำของไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ กลุ่มเซ็นทรัล บมจ. ซีพี ออลล์ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร กลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงาน และธุรกิจใหม่ กลุ่มมิตรผล กลุ่มปตท. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เอสซีจี บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป และบมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

ล่าสุด มีเครือข่ายพันธมิตรใหม่เข้าร่วมโครงการอีก 32 องค์กร รวมเป็น 44 องค์กร ได้แก่ บจ. เอ.พี. ฮอนด้า บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น บมจ. บ้านปู บมจ. บีอีซี เวิลด์ บจ. เบอร์แทรม (1958) บมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) บจ. เอดู พาร์ค โรงเรียนเอ็นคอนเส็ปท์ อี แอคเคเดมี่ บจ. โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) บจ. เควี อิเล็กทรอนิกส์ บจ. เลิร์น คอร์ปอเรชั่น บจ. แม็คเอ็ดดูเคชั่น สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ บจ. เอส เค โพลีเมอร์ บจ. สลิงชอท กรุ๊ป บจ. เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม (เทสโก้ โลตัส) บจ. ไทยโตชิบาอุตสาหกรรม และบจ. สวนอุตสาหกรรมบางกะดี บจ. เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) บจ. แอมิตี บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ บมจ. ซี.พี.แลนด์ บจ. เจริญโภคภัณฑ์โปรดิวส์ บมจ. เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย บมจ. สยามแม็คโคร บจ. โพรนาลิตี้ บมจ. สมิติเวช กลุ่มธุรกิจ ทีซีพี บมจ. ทิปโก้แอสฟัลท์ และบมจ. วีจีไอ



วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2564

รองเลขาธิการ กพฐ. ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) เพื่อขับเคลื่อนการบริหารและจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนสังกัด สพฐ. ณ จังหวัดลำปาง

วันที่ 25 มีนาคม 2564 นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) ในการขับเคลื่อนการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ตามนโยบายการบูรณาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีคณะกรรมการ ก.ต.ป.น. ผู้อำนวยการโรงเรียนคุณภาพชุมชน ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียน Stand Alone ผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง ในจังหวัดลำปาง และบุคลากร เข้าร่วมการประชุม ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 จังหวัดลำปาง
.
นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมของคณะกรรมการ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) เพื่อการขับเคลื่อนการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. โดยกำหนดให้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนคณะกรรมการ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) จำนวน 10 จุด ทั่วประเทศ รวมถึงจังหวัดลำปาง ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลําปาง เขต 1 เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุม มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ตามนโยบายการบูรณาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
.
ทั้งนี้ การประชุมอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมาย คือ คณะกรรมการ ก.ต.ป.น. ของเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 4 เขต ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลําปาง เขต 1 เขต 2 เขต 3 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ลำปาง ลำพูน เขตละ 9 คน รวม 45 คน ผู้อำนวยการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน จำนวน 3 คน ผู้อำนวยการโรงเรียน Stand alone จำนวน 3 คน ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง จำนวน 1 คน เจ้าหน้าที่ส่วนกลาง จำนวน 6 คน และผู้อำนวยการโรงเรียนอื่นกลุ่มในเป้าหมายและบุคลากรเขตพื้นที่การศึกษาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 12 คน รวมทั้งสิ้น 70 คน
.
“การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม ของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) ของสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อขับเคลื่อนการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ตามนโยบายการบูรณาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งการประชุมในวันนี้จะได้มาสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการบูรณาการด้านการศึกษา การจัดทำแผนส่งเสริมคณะกรรมการ ก.ต.ป.น. ในการขับเคลื่อนการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ตามนโยบายการบูรณาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการร่วมกับเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว







การถ่ายทอดสดพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ. 2564

  ขอเรียนเชิญรับชมการถ่ายทอดสดพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ. 2564 ให้แก่หน่วยงานของรัฐที่มีผลงานการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน กา...