วันอังคารที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2560

การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ

ขอความอนุเคราะห์ครู สถานศึกษา ประชาสัมพันธ์ อินโฟกราฟฟิก
เรื่อง การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสร้างการรับรู้สู่สาธารณะชน ไปยังนักเรียน ในสังกัด
ขอความอนุเคราะห์ครู สถานศึกษา ประชาสัมพันธ์ อินโฟกราฟฟิก
เรื่อง การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อสร้างการรับรู้สู่สาธารณะชน ไปยังนักเรียน ในสังกัด


วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560

สพฐ. แจงผลการวิจัยยูนิเซฟ-ม.มหิดล ประเด็นเพศวิถีศึกษา




                 (วันที่ 1 มิถุนายน 2560) จากการที่สื่อออนไลน์ได้เผยแพร่ข่าวผลการวิจัยเรื่องการสอนเพศวิถีศึกษาในสถานศึกษาของไทย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยสำรวจข้อมูลจากนักเรียนมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา จำนวน 8,837 คน และครู 692 คน รวมทั้งสิ้น 9,529 คน ในช่วงเดือนกันยายน 2558 ถึงเดือนมีนาคม 2559 ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การสอนเพศศึกษาไม่ให้ความสำคัญเรื่องการเคารพสิทธิของผู้อื่น ส่งผลนักเรียนจำนวนมากมีทัศนคติเชิงลบ ไม่เห็นด้วยกับความเท่าเทียมกันทางเพศและสิทธิทางเพศ และยอมรับความรุนแรงในครอบครัวในบางกรณี หรือ สถานศึกษาไทยแทบทุกแห่งสอนเพศวิถีศึกษาไม่รอบด้าน เน้นสอนสรีระ พัฒนาการทางเพศ การหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน และการป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงครูเกินครึ่งหนึ่งไม่ได้รับการอบรมการสอนเพศวิถีศึกษา ทำให้มักใช้วิธีสอนแบบบรรยาย แทนการจัดกิจกรรมให้เด็กคิด วิเคราะห์และตั้งคำถามเชิงลึก เป็นต้น ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องการจัดการเรียนการสอนเพศศึกษาในสถานศึกษาของไทยอย่างกว้างขวางนั้น

                 ล่าสุด เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (นายการุณ สกุลประดิษฐ์) ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นที่เป็นปัญหาต่างๆ ว่า สพฐ. ได้กำหนดให้เรื่องการเคารพสิทธิของผู้อื่นอยู่ในการเสริมสร้างทักษะชีวิตนักเรียนทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของการเคารพสิทธิของผู้อื่นต่อทัศนคติเชิงลบ ในเรื่องของความเท่าเทียมกันทางเพศและสิทธิทางเพศ รวมทั้งการยอมรับความรุนแรงทางเพศมิได้มีผลมาจาก การขาดการเรียนรู้ในเรื่องการเคารพสิทธิของผู้อื่น แต่มีปัจจัยของวัฒนธรรม ทัศนคติ ความเชื่อ และสื่อเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดทัศนคติเชิงลบ นอกจากนั้น สพฐ. ยังได้จัดการเรียนการสอนเพศศึกษาอย่างรอบด้านและครอบคลุม ๖ มิติในเรื่องเพศ คือ 1. พัฒนาการทางเพศ 2. พฤติกรรมทางเพศ 3. สุขภาวะทางเพศ 4. ทักษะส่วนบุคคล 5. สัมพันธภาพระหว่างบุคคล และ 6. สังคมและวัฒนธรรม ในวิชาสุขศึกษา ตั้งแต่ ป. 1 – ม. 6  และผ่านกิจกรรมที่โรงเรียนจัดให้แก่นักเรียนทุกคน สุดท้ายในเรื่องของการสอนเพศวิถีศึกษา สพฐ. ได้ดำเนินการอบรมศึกษานิเทศก์ ที่รับผิดชอบงานเพศศึกษาและทักษะชีวิตทั่วประเทศเพื่อพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถในการสอนเรื่องเพศศึกษาและทักษะชีวิตอย่างถูกต้องและเหมาะสม

                  แต่ทั้งนี้ ผลการวิจัยดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการ โดย สพฐ. จะนำมาศึกษาประเด็นปัญหาที่จำเป็นต้องแก้ไขและพัฒนาอย่างเร่งด่วน เพื่อทบทวนการเรียนการสอนเพศศึกษาในสถานศึกษาไทย ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งในการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาแก่นักเรียน เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะความเข้าใจของนักเรียนในเรื่องเพศศึกษาต่อไป

วันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี พร้อมผู้ว่าฯ ตรวจเยี่ยมพื้นที่ รร. จากอุทกภัยและพบนักเรียนทุนการศึกษาพระราชทาน จ.นครศรีธรรมราช

              เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี พร้อมด้วย นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายประหยัด อนุศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดนครศรีธรรมราช และคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมการฟื้นฟูโรงเรียนและพื้นที่จากปัญหาอุทกภัย พร้อมพบนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาพระราชทาน    ณ จังหวัดนครศรีธรรมราชตามที่ได้เกิดภัยพิบัติอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม  2559 – 12 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมามีพื้นที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยรวม 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ตรัง สุราษฎร์ธานี พัทลุง และกระบี่ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยการพระราชทานเงินช่วยเหลือโรงเรียนและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยในครั้งนี้ จำนวน 40,000,000 บาท (สี่สิบล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือสถานศึกษา และครอบครัวผู้เสียชีวิต ที่ได้รับผลกระทบทั้ง 12 จังหวัด แบ่งเป็นทุนการศึกษา จำนวน 15,000,000 บาท (สิบห้าล้านบาท) ให้แก่บุตรของครอบครัวผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยในพื้นที่ 6 จังหวัด 27 ครอบครัว และพระราชทานครุภัณฑ์โต๊ะ - เก้าอี้ นักเรียน และครู จำนวน 25,000,000 บาท (ยี่สิบห้าล้านบาท) ให้แก่โรงเรียนที่ได้รับความเสียหาย ในพื้นที่ 10 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สงขลา นครศรีธรรมราช ชุมพร ตรัง พัทลุง กระบี่ นราธิวาส ปัตตานี ประจวบคีรีขันธ์ รวมจำนวนโรงเรียนที่ได้รับการพระราชทานความช่วยเหลือ 267 โรงเรียน                 
         จังหวัดนครศรีธรรมราชถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภัยพิบัติอุทกภัย โดยมีผลกระทบต่อพื้นที่รวม 23 อำเภอ 166 ตำบล/เทศบาล 1,461 หมู่บ้าน 160 โรงเรียน ราษฎร์ได้รับผลกระทบ 301,557 คน 108,695 ครัวเรือน ยอดผู้เสียชีวิต 8 ราย อีกทั้งถนนสาธารณะได้รับผลกระทบเสียหาย จำนวน 1,678 สาย     คอสะพาน 65 แห่ง ฝาย 19 แห่ง ท่อระบายน้ำ 12 แห่ง วัด 2 แห่ง บ้านเรือน 890 หลัง พื้นที่นาข้าวที่ประสบภัย 159,363 ไร่ เสียหาย 100,967 ไร่ อีกทั้งพื้นที่พืชไร่ที่ประสบภัย 15,889 ไร่ คาดว่าจะเสียหาย 12,151 ไร่ และพืชส่วนอื่น ๆ ที่ประสบภัย 1,101,359 ไร่ เสียหายกว่า 309,687 ไร่ ส่งผลให้ประชาชนต่างได้รับความเดือนร้อนอย่างหนัก                                                                                      
        ทั้งนี้ในด้านความช่วยเหลือได้มีหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วน เข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยอย่างร่วมมือร่วมใจกันส่งผลให้ชาวนครศรีธรรมราชสามารถฝ่าวิกฤติภัยพิบัติครั้งล่าสุดนี้มาได้ โดยสำหรับการลงพื้นที่ขององคมนตรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อตรวจเยี่ยมการฟื้นฟูโรงเรียนและพื้นที่จากปัญหาอุทกภัยและพบนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาพระราชทาน ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจที่ดีให้แก่ คณะครู นักเรียน และผู้ที่ได้รับกระทบจากภัยพิบัติอุทกภัย ณ ครอบครัวโต๊ะหว่าง โรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช โรงเรียนราชประชานุเคราห์ 19 และโรงเรียนวัดจันดี พร้อมกันนี้ องคมนตรีได้พบนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาพระราชทานซึ่งบิดาหรือมารดาได้เสียชีวิตจากอุทกภัยทั้ง 12 ราย ได้แก่ 1.) นายคมสัน อนรรฆจีระพงษ์ อายุ 18 ปี 2.) เด็กหญิงเกศรา ขุนบุญจันทร์ อายุ 14 ปี 3.) นายฤชกรณ์ คงมีชัย อายุ 17 ปี 4.) นางสาวอมรรัตน์ อ่อนเกตุพลอายุ 19 ปี 5.) นางสาวยุวธิดา ชูแก้วอายุ 20 ปี 6.) นายนัทธพงศ์ อุ่นอำไพ อายุ 17 ปี 7.) เด็กหญิงอลิสา โต๊ะหวาง อายุ 2 ปี 8.) เด็กชายวงศ์กร โต๊ะหวาง อายุ 6 ปี 9.) เด็กหญิงกัญญารัตน์ โต๊ะหวาง อายุ 7 ปี 10.) นางสาวสุมลฑา โต๊ะหวาง อายุ 16 ปี 11.) เด็กชายธนวัต หอมหวล อายุ 1 ปี 12.) เด็กหญิงปัทมา หอมหวล อายุ 5 ปี ที่จะได้รับพระราชทานทุนการศึกษาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา ค่าครองชีพ ค่าหอพัก และค่าอุปกรณ์การศึกษา ให้แก่เด็กนักเรียนหรือนักศึกษาที่มีบุคคลในครอบครัวเสียชีวิตด้านการดูแลและช่วยเหลือนักเรียนทุนการศึกษาพระราชทาน มีหลักเกณฑ์คือ ให้ได้รับการศึกษาต่อเนื่องจนจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือปริญญาตรี
     ขณะที่นายประหยัด  อนุศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราชเขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติมากที่สุด มีนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาพระราชทาน โดยจะมีคณะกรรมการจังหวัดดูรายการใช้จ่ายเงินพร้อมแจ้งปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน และรายงานผลการเรียนของนักเรียนหรือนักศึกษาให้แก่คณะกรรมการจังหวัดทราบทุกภาคเรียน พร้อมระบบการดูแลเกี่ยวกับการเรียนความเป็นอยู่ มีครูรับผิดชอบช่วยเหลือให้คำปรึกษา แนะแนว และประสานงานกับผู้ปกครอง พร้อมให้ความช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาอย่างต่อเนื่อง ต่อไป